รากฟันเทียม
อัพเดทล่าสุด: 28 มิ.ย. 2026
10 ผู้เข้าชม

รากฟันเทียม Nuvo, Neodent และ Straumann ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับตัวเอง
เวลาคนไข้เข้ามาปรึกษาเรื่องรากฟันเทียม หนึ่งในคำถามที่คุณหมอได้รับบ่อยมากคือ
“รากฟันเทียมแต่ละแบรนด์ต่างกันยังไง?”
“จำเป็นไหมที่ต้องเลือกรุ่นราคาสูง?”
“ถ้าราคาต่างกัน ผลลัพธ์ต่างกันไหม?”
สิ่งที่สำคัญกว่าการเลือกรุ่น คือการเลือกระบบที่เหมาะกับสุขภาพช่องปาก โครงสร้างกระดูก เป้าหมายการรักษา และความสบายใจของคนไข้แต่ละคน
ที่ Welldent เราเลือกรากฟันเทียมไว้ทั้งหมด 3 ระบบ ซึ่งอยู่ภายใต้กลุ่มบริษัท Straumann มาตรฐานยุโรป โดยแต่ละระบบมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน
บทความนี้คุณหมอจะพาไปทำความเข้าใจแบบละเอียด เพื่อให้เห็นภาพว่าความแตกต่างอยู่ตรงไหน และควรพิจารณาอะไรบ้างก่อนตัดสินใจ
ก่อนอื่น… แบรนด์รากฟันเทียมต่างกันที่อะไร?
หลายคนเข้าใจว่าความแตกต่างอยู่ที่ “วัสดุ”
แต่ในความเป็นจริง รากฟันเทียมแต่ละระบบมีหลายองค์ประกอบร่วมกัน เช่น
การออกแบบพื้นผิวของรากฟันเทียม
กระบวนการผลิต
งานวิจัยและข้อมูลทางคลินิก
ระบบอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกัน
แนวคิดในการวางแผนรักษา
ระยะเวลาและแนวทางการเชื่อมกับกระดูก
ดังนั้น การเลือกแบรนด์จึงไม่ใช่เรื่องของชื่อเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของความเหมาะสมในแต่ละเคส
Nuvo — ทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นรักษาด้วยรากฟันเทียมในงบที่จำกัด
ราคา 29,900 บาท
(ฟรีครอบฟันโลหะกึ่งเซรามิก มูลค่า 10,000 บาท)
Nuvo เป็นหนึ่งในตัวเลือกรากฟันเทียมที่ออกแบบให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยยังคงใช้วัสดุไทเทเนียมและผ่านมาตรฐานยุโรป
ลักษณะเด่น
ใช้วัสดุไทเทเนียมคุณภาพสำหรับงานรากฟันเทียม
ผิวรากแบบมาตรฐาน
ระยะเวลาการเชื่อมกับกระดูกขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
โดยทั่วไป คนไข้ที่สนใจระบบนี้มักเป็นกลุ่มที่
ต้องการเริ่มต้นรักษาด้วยงบประมาณที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
สูญเสียฟันเฉพาะตำแหน่ง
ต้องการทางเลือกที่ยังคงมาตรฐานด้านวัสดุและการวางแผนรักษา
Neodent — สมดุลระหว่างงบประมาณและคุณภาพที่เชื่อถือได้
ราคา 37,900 บาท
(ฟรีครอบฟันเซรามิก มูลค่า 15,000 บาท)
Neodent เป็นระบบที่อยู่ภายใต้กลุ่ม Straumann และพัฒนาในประเทศบราซิล
จุดที่หลายคนสนใจ คือแนวคิดเรื่องพื้นผิวรากแบบ Active Surface ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนกระบวนการยึดเกาะกับกระดูก
ลักษณะเด่น
พื้นผิวรากแบบ Active Surface
ระบบการผลิตภายใต้กลุ่ม Straumann
เป็นอีกทางเลือกที่ได้รับความสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการสมดุลระหว่างงบประมาณและคุณภาพ
คนไข้ที่มักสนใจระบบนี้ เช่น
ผู้ที่ต้องการเทคโนโลยีพื้นผิวรากรุ่นใหม่ขึ้น
ต้องการทางเลือกที่มีคุณภาพมากขึ้น
Straumann — ระบบรากฟันเทียมจากสวิตเซอร์แลนด์
ราคา 65,000 บาท
(ฟรีครอบฟันเซรามิก มูลค่า 15,000 บาท)
Straumann เป็นระบบรากฟันเทียมที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลายในระดับสากล
หนึ่งในจุดที่หลายคนรู้จัก คือเทคโนโลยีผิวราก SLActive®
พื้นผิวชนิดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนกระบวนการเชื่อมตัวของรากฟันเทียมกับกระดูก เหมาะกับคนไข้ที่มีข้อจำกัดด้านสุขภาพ เช่น โรคเบาหวาน
ลักษณะเด่น
เทคโนโลยีผิวราก SLActive®
แนวคิดการออกแบบเพื่อสนับสนุนการยึดเกาะกับกระดูก
มีการใช้งานในหลายประเทศ
แล้วที่ Welldent คุณหมอเลือกแบรนด์ให้จากอะไร?
เป็นอีกคำถามที่คนไข้ถามบ่อย
คำตอบคือ คุณหมอไม่ได้เลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว
แต่จะดูหลายองค์ประกอบร่วมกัน เช่น
ปริมาณกระดูก
ตำแหน่งที่ต้องรักษา
อายุ
โรคประจำตัว
ระยะเวลาที่ต้องการรักษา
ความคาดหวังของคนไข้
ความมั่นใจต่อระบบที่เลือก
เพราะเป้าหมายของการรักษาไม่ใช่การเลือกแบรนด์ที่แพงที่สุด แต่คือการเลือกรูปแบบที่เหมาะกับแต่ละบุคคล
ทุกระบบมีอะไรเหมือนกันที่ Welldent?
ไม่ว่าคุณหมอจะประเมินว่าระบบใดเหมาะกับคุณ สิ่งที่คนไข้จะได้รับเหมือนกัน คือ
✔ วางแผนการรักษาแบบดิจิทัล
✔ CT Scan (X-ray 3 มิติ) เพื่อใช้ประกอบการรักษา
✔ ครอบฟันรวมในราคา
✔ สามารถแบ่งชำระ 4 ครั้ง
✔ ผ่อนบัตรเครดิต 0% 3 / 6 / 10 เดือน
✔ ติดตามผลตามแผนการรักษา
(รายละเอียดเป็นไปตามเงื่อนไขของคลินิก)
หากยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มต้นจากรากฟันเทียมระบบไหน การเข้ามาปรึกษาและประเมินร่วมกับคุณหมอก่อน จะช่วยให้เห็นภาพทางเลือกของตัวเองได้ชัดขึ้นมาก
เวลาคนไข้เข้ามาปรึกษาเรื่องรากฟันเทียม หนึ่งในคำถามที่คุณหมอได้รับบ่อยมากคือ
“รากฟันเทียมแต่ละแบรนด์ต่างกันยังไง?”
“จำเป็นไหมที่ต้องเลือกรุ่นราคาสูง?”
“ถ้าราคาต่างกัน ผลลัพธ์ต่างกันไหม?”
สิ่งที่สำคัญกว่าการเลือกรุ่น คือการเลือกระบบที่เหมาะกับสุขภาพช่องปาก โครงสร้างกระดูก เป้าหมายการรักษา และความสบายใจของคนไข้แต่ละคน
ที่ Welldent เราเลือกรากฟันเทียมไว้ทั้งหมด 3 ระบบ ซึ่งอยู่ภายใต้กลุ่มบริษัท Straumann มาตรฐานยุโรป โดยแต่ละระบบมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน
บทความนี้คุณหมอจะพาไปทำความเข้าใจแบบละเอียด เพื่อให้เห็นภาพว่าความแตกต่างอยู่ตรงไหน และควรพิจารณาอะไรบ้างก่อนตัดสินใจ
ก่อนอื่น… แบรนด์รากฟันเทียมต่างกันที่อะไร?
หลายคนเข้าใจว่าความแตกต่างอยู่ที่ “วัสดุ”
แต่ในความเป็นจริง รากฟันเทียมแต่ละระบบมีหลายองค์ประกอบร่วมกัน เช่น
การออกแบบพื้นผิวของรากฟันเทียม
กระบวนการผลิต
งานวิจัยและข้อมูลทางคลินิก
ระบบอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกัน
แนวคิดในการวางแผนรักษา
ระยะเวลาและแนวทางการเชื่อมกับกระดูก
ดังนั้น การเลือกแบรนด์จึงไม่ใช่เรื่องของชื่อเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของความเหมาะสมในแต่ละเคส
Nuvo — ทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นรักษาด้วยรากฟันเทียมในงบที่จำกัด
ราคา 29,900 บาท
(ฟรีครอบฟันโลหะกึ่งเซรามิก มูลค่า 10,000 บาท)
Nuvo เป็นหนึ่งในตัวเลือกรากฟันเทียมที่ออกแบบให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยยังคงใช้วัสดุไทเทเนียมและผ่านมาตรฐานยุโรป
ลักษณะเด่น
ใช้วัสดุไทเทเนียมคุณภาพสำหรับงานรากฟันเทียม
ผิวรากแบบมาตรฐาน
ระยะเวลาการเชื่อมกับกระดูกขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
โดยทั่วไป คนไข้ที่สนใจระบบนี้มักเป็นกลุ่มที่
ต้องการเริ่มต้นรักษาด้วยงบประมาณที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
สูญเสียฟันเฉพาะตำแหน่ง
ต้องการทางเลือกที่ยังคงมาตรฐานด้านวัสดุและการวางแผนรักษา
Neodent — สมดุลระหว่างงบประมาณและคุณภาพที่เชื่อถือได้
ราคา 37,900 บาท
(ฟรีครอบฟันเซรามิก มูลค่า 15,000 บาท)
Neodent เป็นระบบที่อยู่ภายใต้กลุ่ม Straumann และพัฒนาในประเทศบราซิล
จุดที่หลายคนสนใจ คือแนวคิดเรื่องพื้นผิวรากแบบ Active Surface ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนกระบวนการยึดเกาะกับกระดูก
ลักษณะเด่น
พื้นผิวรากแบบ Active Surface
ระบบการผลิตภายใต้กลุ่ม Straumann
เป็นอีกทางเลือกที่ได้รับความสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการสมดุลระหว่างงบประมาณและคุณภาพ
คนไข้ที่มักสนใจระบบนี้ เช่น
ผู้ที่ต้องการเทคโนโลยีพื้นผิวรากรุ่นใหม่ขึ้น
ต้องการทางเลือกที่มีคุณภาพมากขึ้น
Straumann — ระบบรากฟันเทียมจากสวิตเซอร์แลนด์
ราคา 65,000 บาท
(ฟรีครอบฟันเซรามิก มูลค่า 15,000 บาท)
Straumann เป็นระบบรากฟันเทียมที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลายในระดับสากล
หนึ่งในจุดที่หลายคนรู้จัก คือเทคโนโลยีผิวราก SLActive®
พื้นผิวชนิดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนกระบวนการเชื่อมตัวของรากฟันเทียมกับกระดูก เหมาะกับคนไข้ที่มีข้อจำกัดด้านสุขภาพ เช่น โรคเบาหวาน
ลักษณะเด่น
เทคโนโลยีผิวราก SLActive®
แนวคิดการออกแบบเพื่อสนับสนุนการยึดเกาะกับกระดูก
มีการใช้งานในหลายประเทศ
แล้วที่ Welldent คุณหมอเลือกแบรนด์ให้จากอะไร?
เป็นอีกคำถามที่คนไข้ถามบ่อย
คำตอบคือ คุณหมอไม่ได้เลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว
แต่จะดูหลายองค์ประกอบร่วมกัน เช่น
ปริมาณกระดูก
ตำแหน่งที่ต้องรักษา
อายุ
โรคประจำตัว
ระยะเวลาที่ต้องการรักษา
ความคาดหวังของคนไข้
ความมั่นใจต่อระบบที่เลือก
เพราะเป้าหมายของการรักษาไม่ใช่การเลือกแบรนด์ที่แพงที่สุด แต่คือการเลือกรูปแบบที่เหมาะกับแต่ละบุคคล
ทุกระบบมีอะไรเหมือนกันที่ Welldent?
ไม่ว่าคุณหมอจะประเมินว่าระบบใดเหมาะกับคุณ สิ่งที่คนไข้จะได้รับเหมือนกัน คือ
✔ วางแผนการรักษาแบบดิจิทัล
✔ CT Scan (X-ray 3 มิติ) เพื่อใช้ประกอบการรักษา
✔ ครอบฟันรวมในราคา
✔ สามารถแบ่งชำระ 4 ครั้ง
✔ ผ่อนบัตรเครดิต 0% 3 / 6 / 10 เดือน
✔ ติดตามผลตามแผนการรักษา
(รายละเอียดเป็นไปตามเงื่อนไขของคลินิก)
หากยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มต้นจากรากฟันเทียมระบบไหน การเข้ามาปรึกษาและประเมินร่วมกับคุณหมอก่อน จะช่วยให้เห็นภาพทางเลือกของตัวเองได้ชัดขึ้นมาก
บทความที่เกี่ยวข้อง
Check oral and gum health thoroughly to evaluate dental health.
10 มี.ค. 2026
Check oral and gum health thoroughly to evaluate dental health.
10 มี.ค. 2026
Check oral and gum health thoroughly to evaluate dental health.
10 มี.ค. 2026


